ฉลากโภชนาการ GDA อ่านเข้าใจ ไร้ปัญหาน้ำหนักเกิน

กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะลดการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ของคนไทย เพื่อลดปัญหาภาวะโภชนาการเกินที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยส่งเสริมให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะเด็กไทย รูจักการอ่านฉลากโภชนาการให้ละเอียด เข้าใจปริมาณสารอาหารที่ไดรับจากการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิด สามารถเลือกบริโภคอาหารในแต่ละวันให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย อย.จึงได้ปรับให้มีการแสดงสัญลักษณ์ทางโภชนาการแบบจีดีเอ (GDA: Guideline Daily Amounts) ที่แสดงค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่มีอยู่จริงในผลิตภัณฑ์อาหารนั้นต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์บนฉลากด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นรูปแบบการให้ข้อมูลสารอาหารที่มีผลต่อภาวะน้ำหนักเกินและโรคอวนที่เห็นไดชัดเจน เบื้องต้นบังคับใช้กับอาหารสำเร็จรูปพรอมบริโภคทันที 5 ชนิด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 305) พ.ศ. 2550 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารสำเร็จรูปที่พรอมบริโภคทันทีบางชนิด ไดแก มันฝรั่งทอดหรืออบกรอบ ข้าวโพดคั่วทอดหรืออบกรอบ ข้าวเกรียบหรืออาหารขบเคี้ยวชนิดพอง ขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์หรือบิสกิต และเวเฟอรสอดไส

ออกกำลังอย่างไรในคนทำงานคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ช่วยให้คนทำงานได้เร็วและมากขึ้น เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงใช้พลังงานเพียงน้อยนิดแต่ได้ผลงานออกมามาก การเคลื่อนนิ้วไปมาระหว่างแป้นพิมพ์หรือการใช้เมาส์ การเคลื่อนของศีรษะ ไปมาขณะทำงานใช้พลังงานน้อยมาก แต่ในแง่ของระบบร่างกายนั้น มนุษย์ต้องมีการเคลื่อนไหวไม่ใช่อยู่นิ่งเหมือนขณะใช้คอมพิวเตอร์

อาหารทำบุญ ‘อ่อนหวาน’

ในเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นั่นก็คือ วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ นิยมทำบุญตักบาตร ถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และที่ขาดไม่ได้คือการถวายอาหารแด่พระสงฆ์ รศ.ดร.ภญ.จงจิตร อังคทะวานิช คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการทำบุญเปลี่ยนไปมาก คนส่วนใหญ่นิยมซื้ออาหารสำเร็จรูป เพราะความสะดวกและไม่ต้องลงมือทำเอง ซึ่งจากการสำรวจพบว่า อาหารดังกล่าวมีโปรตีนเพียง 2 ใน 3 ของโปรตีนที่ร่างกายควรจะได้รับ จึงทำให้พระสงฆ์ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ นอกจากนี้อาหารยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ในพระสงฆ์อีกด้วย จากศึกษาวิจัยปัญหาโภชนาการพระสงฆ์ในเมือง ตั้งแต่ปี 2554-2558 ในโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเริมสุขภาพ (สสส.) พบพระสงฆ์เป็นโรคอ้วน 48% โรคเบาหวาน 10.4% โรคคอเลสเตอรอลสูง 42% และโรคความดันโลหิตสูงอีก 23% ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการได้รับอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ ดังนั้นการถวายอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างเสริมให้พระสงฆ์มีสุขภาพที่ดี

สารเคมีในเนื้อแดง สร้างความเสียหายแก่สุขภาพหัวใจ

นักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐอเมริกากล่าวว่า สารเคมีที่ถูกพบในเนื้อแดง ช่วยอธิบายว่า ทำไมการทาน เนื้อสัตว์เป็นชิ้นใหญ่ๆ อย่างสเต็ก หรือเนื้อที่สับหรือบดแล้ว หรือเป็นชิ้นแบบเบคอน มากเกินไปไม่ดีต่อหัวใจ การศึกษาในวารสาร Nature Medicine แสดงให้เห็นว่าสารคาร์นิทีนในเนื้อแดงถูกย่อยลงโดยแบคทีเรีย ในลำไส้ สิ่งนี้ก่อให้เกิดห่วงโซ่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลต่อระดับโคเลสเตอรอลที่สูงขึ้นและความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้น นักโภชนาการกล่าวเตือนว่าอาจมีความเสี่ยงต่อผู้คนที่ทานอาหารเสริมประเภทคาร์นิทีนด้วย ในสหราชอาณาจักร รัฐบาลออกมาแนะนำการทานเนื้อแดงหรือเนื้อที่ผ่านกระบวนการแล้วไม่เกิน 70 กรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณพอ ๆ กับเบคอนสองชิ้น ไขมันอิ่มตัวและวิธีการที่เนื้อสัตว์ถูกผ่านกระบวนการเก็บรักษา ก็เป็นอีกส่วนที่เอื้อให้เกิดปัญหาต่อหัวใจ การทดลองกับหนูและคน แสดงให้เห็นว่า แบคทีเรียในลำไส้ สามารถช่วยกำจัดคาร์นิทีน สารคาร์นิตีนถูกย่อยลงไปเป็นก๊าซ ซึ่งถูกเปลี่ยนในตับและเปลี่ยนไปสู่สารเคมี ที่เรียกว่า TMAO

สุขภาพเท้าในผู้ป่วยโรค “เบาหวาน”

ถ้ากล่าวถึงโรคเบาหวาน ทุกคนจะทราบดีว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่จะสามารถควบคุมอาการของโรคได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยการดูแลเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย ระมัดระวังโรคแทรกซ้อน และใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้การดูแลเรื่องบาดแผลที่เท้าในผู้ป่วยโรคเบาหวานก็สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากแผลของผู้ป่วยจะหายช้ากว่าปกติ และหากดูแลรักษาไม่ดีอาจมีโอกาสถูกตัดขา แต่ถ้ารู้จักวิธีการดูแลสุขภาพเท้าอย่างถูกต้องก็จสามารถป้องกันการเกิดแผลที่เท้าได้ แนะนำขั้นตอนในการดูแลเท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนี้ 1.ล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ หลังอาบน้ำ เช้า-เย็น เช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาดและนุ่มโดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า โดยหมั่นล้างทำความสะอาดทุกวัน จะช่วยป้องกันความอับชื้นซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของ เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ 2.ควรตรวจเท้าด้วยตนเองทุกวัน เพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น ตาปลา หนังหนาๆ ตุ่มพุพอง รอยแตกของผิวหนัง แผลอักเสบ ผิวคล้ำหรือซีดผิดปกติ เล็บขบ ส่วนบริเวณนิ้วเท้า ซอกนิ้วเท้า ส้นเท้า ฝ่าเท้าที่ยากต่อการดูอาจใช้กระจกช่วยได้ เมื่อพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที (ไม่ควรตัดตาปลาหรือหนังหนาๆ ด้วยตนเอง) 3.ทาโลชั่นเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นหลังอาบน้ำเช้า-เย็น โดยหยดโลชั่นลงบนฝ่ามือแล้วจึงลูบที่เท้าและหลีกเลี่ยงการทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเพื่อป้องกันการหมักหมม ส่วนคนที่ผิวหนังชื้น เหงื่อออกง่าย แนะนำเช็ดเท้าให้แห้งและทาแป้งเพื่อลดความอับชื้นควรสวมถุงเท้า หรือถุงน่องทุกครั้งเมื่อสวมรองเท้า และหลีกเลี่ยงการสวมถุงเท้าหรือถุงน่อง ที่รัดแน่นจนเกินไป 4.สวมรองเท้าตลอดเวลาทั้งในบ้านและนอกบ้าน ห้ามเดินเท้าเปล่า รองเท้าต้องไม่หลวมหรือคับจนเกินไป และก่อนใส่ต้องสำรวจดูสิ่งแปลกปลอมด้านในเสมอเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผล 5.หลีกเลี่ยงการแช่เท้า ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพื่อไม่ให้ผิวหนังเปื่อยยุ่ยง่าย และต้องระมัดระวังในรายที่มือและเท้าชา การแช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจัดเกินไปอาจทำให้เกิดการพุพองและติดเชื้อได้ง่าย

เมืองคลองแห จัดงานงดเหล้าเข้าพรรษา

สคล.จังหวัดสงขลา ร่วมกับ เทศบาลเมืองคลองแห จัดงานปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา และ เวทีเสวนาชวนคิดชวนคุย ณ ตลาดน้ำคลองแห เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 สคล.จังหวัดสงขลา จัดงานปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ณ ตลาดน้ำคลองแห พิธีเปิดมีการแสดงมโนราห์โดยเยาวชนศูนย์ศิลปและวัฒนธรรมวัดคลองแห ประธานในพิธีโดยนายกเทศมนตรีเมืองคลองแห, รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่, ตำรวจชุมชนคลองแห, ตำรวจท่องเที่ยว, มูลนิธิเพื่อนหญิง, ผู้นำชุมชนในพื้นที่คลองแห, ผู้นำชุมชนบ้านเชิงแส, ประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้า, พิธีปฏิญาณตนนำโดยนายอุดม เพ็ชรธนู คนหัวใจเพชร ต่อด้วยเวทีเสวนา “89 วัน งดเหล้าเข้าพรรษา เราจะทำความดีถวายพ่อ” ผู้เข้าร่วมโครงการ 80 คน ประกอบด้วย คนในชุมชนต่างๆ ในเขตคลองแห, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, สมาชิกชมรมสายใจไทยจังหวัดสงขลา-สตูล (เนื่องจากสมาชิกชมรมเป็นผู้พิการบางส่วนไม่สามารถมาร่วมงานได้) ชาวคลองแห…ร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าครบพรรษา “๘๙ วัน ๘๙ ล้านความดี งดเหล้าถวายพ่อ”

โยมสะดวก แต่พระอาจไม่สบาย

การทำบุญในปัจจุบันสามารถทำได้อย่างสะดวกและสบาย ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญผ่านการโอนเงินทางแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์ การส่งของใช้ที่สภาพยังใช้ได้ให้กับหน่วยงานต่างๆ ผ่านทางไปรษณีย์ หรือแม้กระทั่งซื้ออาหารชุดที่ทำสำเร็จไปใส่บาตรพระในเช้าก่อนทำงานก็ตาม แน่นอนว่าความเร่งรีบบวกกับความเคยชินอาจชวนให้คนส่วนใหญ่หลงลืมไปว่าในอาหารชุดสำเร็จรูปที่ขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่มีโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่ครบถ้วน ในขณะที่มีปริมาณน้ำตาล น้ำมัน เกลือ กะทิ หรือโซเดียมมากเกินกว่าความต้องการ เมื่อพระสงฆ์ฉันอาหารลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ จะทำให้พระสงฆ์อาพาธ (เจ็บป่วย) ด้วยโรคต่างๆ ซึ่งหากดูจากรายงานสถานการณ์ปัญหาโภชนาการในสงฆ์ ของโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค ปี 2559 ที่สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะพบว่า 5 โรคยอดฮิตของพระสงฆ์ไทยคือ โรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ปอด โรคหัวและหลอดเลือด ตามลำดับ ซึ่งสาเหตุของการเจ็บป่วยในพระสงฆ์เกิดจากการฉันอาหารที่มีไขมันสูงและดื่มน้ำปานะที่มีรสหวาน เฉลี่ย 2 แก้ว/วัน รวมถึงออกกำลังกายน้อย เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายของพระสงฆ์อย่างการเดินรอบวัด กวาดลานวัด ยังไม่เพียงพอสำหรับการเผาผลาญพลังงานในแต่ละวัน

ฝึกสมาธิ

การควบคุมอารมณ์ดีขึ้น ในด้านของจิตใจและการแสดงอารมณ์ของคนที่ทำสมาธิเป็นประจำ จะมีรูปแบบที่แสดงออกมาแตกต่างจากคนปกติ โดยการแสดงออกด้านอารมณ์และจิตใจแต่ละครั้งจะมีการคิดและวิเคราะห์เกิดขึ้นก่อนเสมอ